
ในวันที่ตลาดอาหารพร้อมทานเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ และผู้บริโภคยุคใหม่มองหาอาหารที่ "สะดวก อร่อย และดีต่อสุขภาพ" ไปพร้อมกัน อัครากรุ๊ป (Akara Group) ผู้เชี่ยวชาญด้านไข่ไก่คุณภาพภายใต้เครือแสงทอง-อัครากรุ๊ป ก็เลือกจังหวะครบรอบ 30 ปีประกาศเปลี่ยนเกมตัวเองครั้งใหญ่ ด้วยการเข้าร่วมงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 เป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 26–30 พฤษภาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

จากผู้ผลิตไข่ สู่ผู้เล่นในตลาด Food Solution
หัวใจของการประกาศครั้งนี้คือการรีโพซิชันแบรนด์ จากภาพ "ผู้ผลิตไข่ไก่" ที่คุ้นเคยมา 30 ปี ไปสู่ "แบรนด์อาหารและโปรตีนคุณภาพระดับสากล" ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่แบบครบวงจร นี่ไม่ใช่แค่การเพิ่มสินค้า แต่เป็นการขยับนิยามของธุรกิจทั้งองค์กร
ตัวเลขก็สนับสนุนการเดินเกมนี้ ปี 2568 ที่ผ่านมา Akara Group ทำยอดขายทะลุ 3,000 ล้านบาท เติบโต 7% และตั้งเป้าเติบโตต่ออีก 6% ในปีนี้ โดยอาศัยการแตกไลน์สินค้าใหม่เป็นเครื่องยนต์หลัก
นายธนาวุฑ เอื้อละพันธ์ ผู้บริหารและกรรมการบริหาร นำทีมอัครากรุ๊ปบุกงานครั้งนี้ด้วยกลุ่มสินค้าใหม่ที่สะท้อนทิศทางชัดเจน ทั้งกลุ่ม Ready to Eat / Ready to Cook ที่จับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ไม่มีเวลา และการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น Organic Eggs, Cage Free, Omega 3 รวมถึงไข่สไตล์ญี่ปุ่น Mori-Tama ที่ชูจุดขายว่าทานดิบได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นเซกเมนต์พรีเมียมที่ยังมีช่องว่างในตลาดไทย

กลยุทธ์การตลาดที่น่าจับตา: Collaboration และ CRM
สิ่งที่ทำให้การเปิดตัวครั้งนี้แตกต่างจากการออกบูธทั่วไป คือการเลือกใช้ Collaboration Marketing เป็นตัวเดินเรื่อง แทนที่จะพูดถึงสเปกสินค้าเพียงอย่างเดียว
ไฮไลต์คือโปรเจกต์ The Collection Journey akara x FAAN.PEETI ผลงานคอลแลประหว่างอัครากรุ๊ปกับ ฟาน-ปีติชา คงฤทธิ์ นักวาดภาพประกอบชื่อดัง ที่ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทาง 30 ปีผ่านลายเส้นน่ารักเป็นเอกลักษณ์ จุดที่น่าสนใจในเชิงการตลาดคือการวางแผนปล่อยสินค้าเป็นซีรีส์ตลอดทั้งปี เพื่อรักษาโมเมนตัมและกระตุ้นการสะสม โดยเริ่มจาก Shopping Bag เปิดตัวในงาน ตามด้วย Egg Tray และสติกเกอร์ในเดือนกรกฎาคม และปิดท้ายด้วย Box Set ในเดือนสิงหาคม
การเปลี่ยน "ถาดไข่" และ "ถุงช้อปปิ้ง" ให้กลายเป็นไอเทมสะสมที่คนอยากเก็บ คือการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ต้นทุนให้กลายเป็นสื่อสร้างแบรนด์และเครื่องมือสร้าง engagement ในตัว ซึ่งเป็นวิธีคิดแบบสินค้าไลฟ์สไตล์มากกว่าสินค้าเกษตร
นอกจากนี้แบรนด์ยังประกาศเดินหน้าพัฒนา Digital CRM และ Rewards Program เพื่อเชื่อมต่อกับผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งเป็นการสร้างฐานข้อมูลลูกค้าและความสัมพันธ์ระยะยาว แทนที่จะพึ่งช่องทางค้าปลีกเพียงอย่างเดียว

ดึงเชฟเซเลบสร้างคอนเทนต์
เพื่อสื่อสารคอนเซปต์ Food Solution ให้จับต้องได้ อัครากรุ๊ปเชิญ เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ (เจมมี่เจมส์) นักแสดงที่ผันตัวมาเป็นเชฟ มาโชว์ในกิจกรรม Cooking Demonstration กับเมนู "AKARA Karubonara" สปาเกตตีเส้นสดที่ใช้ Confit Egg Yolk จากไข่ออร์แกนิก Eggology, ไข่ Mori-Tama และ Super Jumbo Eggs เป็นพระเอก จุดประสงค์ชัดเจนคือการแสดงให้เห็นว่าวัตถุดิบของแบรนด์นำไปต่อยอดเป็นเมนูที่ทำตามได้ง่ายที่บ้าน เปลี่ยนจากการขายไข่เป็นการขายไอเดียและประสบการณ์
สรุปภาพรวม
การบุก THAIFEX 2026 ของอัครากรุ๊ปจึงเป็นมากกว่าการฉลองครบรอบ แต่เป็นการประกาศจุดยืนใหม่ที่ใช้สามเครื่องมือพร้อมกัน คือการแตกไลน์สินค้าเข้าสู่ตลาดอาหารพร้อมทานและโปรตีนสุขภาพ การใช้ collaboration กับศิลปินสร้างมิติไลฟ์สไตล์ และการลงทุนใน CRM เพื่อเป็นเจ้าของความสัมพันธ์กับลูกค้า ทั้งหมดนี้สะท้อนความพยายามขยับจากธุรกิจต้นน้ำที่แข่งด้วยราคา ไปสู่แบรนด์ปลายน้ำที่แข่งด้วยคุณค่าและประสบการณ์
ผู้สนใจสามารถพบผลิตภัณฑ์ของ Akara Group ได้ที่ Tops, Gourmet Market, Lotus's และร้านสะดวกซื้อชั้นนำทั่วประเทศ